หลังจากที่ได้เขียนผ่านไปแล้ว 2 บทความมีทั้ง แรงบรรดาลใจในการอ่าน และวิธี การอ่านหนังสือ (ของผม) คร่าวนี้มาถึงบทความแชร์วิธีการอ่านหนังสือ ตอนสุดท้าย ชื่อตอนว่า วิธีการเลือกซื้อหนังสือ (ของผม) เพื่อจะเป็นประโยชน์กับ ใครหลายๆ คนที่อยากจะอ่านหนังสือ แล้วไม่รู้ว่าจะซื้อหนังสือมาอ่านยังไง เพราะผมเห็นเพื่อนๆ หลายคนที่ซื้อหนังสือมาแล้ว มาบ่นว่าเนื้อหาในหนังสือไม่ตรงกับที่ต้องการอ่าน ซึ่งถ้าเราใส่ใจในรายละเอียด สักนิดก็ไม่ต้องเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นหรอก เพราะหนังสือทุกเล่มเขาก็ใส่รายละเอียดไว้อย่างครบถ้นอยู่แล้ว แค่เสียเวลายืนอ่าน นิดเดียว ก็จะได้หนังสือที่ถูกใจ มีเนื้อหาที่เราต้องการ กลับมาอ่านแล้ว
แชร์วิธีการอ่านหนังสือ ตอน : วิธีเลือกซื้อหนังสือ (ของผม)
Posted On 07 มี.ค. 2010 By krapalm. Under: นานาสาระ.
หลังจากที่ได้เขียนผ่านไปแล้ว 2 บทความมีทั้ง แรงบรรดาลใจในการอ่าน และวิธี การอ่านหนังสือ (ของผม) คร่าวนี้มาถึงบทความแชร์วิธีการอ่านหนังสือ ตอนสุดท้าย ชื่อตอนว่า วิธีการเลือกซื้อหนังสือ (ของผม) เพื่อจะเป็นประโยชน์กับ ใครหลายๆ คนที่อยากจะอ่านหนังสือ แล้วไม่รู้ว่าจะซื้อหนังสือมาอ่านยังไง เพราะผมเห็นเพื่อนๆ หลายคนที่ซื้อหนังสือมาแล้ว มาบ่นว่าเนื้อหาในหนังสือไม่ตรงกับที่ต้องการอ่าน ซึ่งถ้าเราใส่ใจในรายละเอียด สักนิดก็ไม่ต้องเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นหรอก เพราะหนังสือทุกเล่มเขาก็ใส่รายละเอียดไว้อย่างครบถ้นอยู่แล้ว แค่เสียเวลายืนอ่าน นิดเดียว ก็จะได้หนังสือที่ถูกใจ มีเนื้อหาที่เราต้องการ กลับมาอ่านแล้ว
แชร์วิธีการอ่านหนังสือ ตอน : วิธีการอ่านหนังสือ (ของผม)
Posted On 06 มี.ค. 2010 By krapalm. Under: นานาสาระ.
หลังจากที่เขียนเขียนบทคาวมเรื่อง แชร์ วิธีการอ่านหนังสือ ตอน : แรงบรรดาลใจในการอ่าน ไปแล้วก่อนหน้านี้แล้วมาถึงตอนนี้ผมก็จะมาแชร์วิธีการอ่านหนังสือขอผม ว่ามันจะเหมือนกับคุณหรือเปล่า แต่ขอบอกนะครับว่าวิธีการอ่านหนังสือของผม ไม่ได้มีจากตำราสอนการอ่านหนังสือไหนๆ อย่างแน่นอน ผมคิดว่าวิธีการนี้คงเหมาะสมกับคนอย่างผมที่สุดแล้ว และคนไม่เปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอน ซึ่งผมไม่ได้มาบอกว่า เวลาอ่านหนังสือคุณต้องมีสมาธิ ต้องปิด ทีวี ปิดคอม ไม่เปิดเพลง หรือบางคนถึงขั้น ทำเป็น Mind Mapping เลยก็มี ผมว่ามันไม่จำเป็นหรอก ซึ่งการอ่านหนังสือ มันไม่ใช่แค่การอ่านเพื่อไปสอบ คุณอย่าคิดว่าคุณจะอ่านหนังสือก็ต่อเมื่อคุณมีสอบ (ผมคิดว่าคนส่วนใหญ่ ถูกสอนมาให้อ่านหนังสือเพื่อไปสอบ)
แชร์วิธีการอ่านหนังสือ ตอน : แรงบรรดาลใจในการอ่าน
Posted On 05 มี.ค. 2010 By krapalm. Under: นานาสาระ.
เนื่องจากผมเป็นคนที่แต่ก่อนไม่ชอบอ่านหนังสือเอาซะเลย แม้กระทั่งหนังสือเรียนผมก็ยังไม่ค่อยจะอ่านเลย ซึ่งตอนนั้นผมโกหกตัวเองว่า ไม่รู้จะอ่านหนังสืออะไรดี มันเป็นเหตุผลที่ฟังแล้วเหมือนจะดูดีนะ ซึ่งผมก็ใช้เหตุผลนี้อ้างมาหลายปี จนมาวันหนึ่ง ผมได้ไปเจอหนึ่งสือเล่มหนึ่งเข้า ซึ่งเป็นหนังสือของเพื่อนน้องสาว (เพื่อนน้องสาวถือมาเลยยืมอ่าน) ซึ่งผมก็จำชื่อหนังสือไม่ได้ แต่รู้สึกว่าจะเป็นของสำนักพิมพ์ดอกหญ่า เป็นหนังสือแนวนวนิยายเกี่ยวกับความรัก เป็นหนังสือเล่มแรกที่ผมอ่านจบเล่ม และอ่านหลายรอบมาก ถามว่าทำไมถึงอ่านหลายรอบ คำตอบก็คือผมอ่านแล้วรู้สึกว่าชอบ และสนุกที่อ่าน ซึ่งหนังสือเล่มนี้แหละที่ทำให้ผมค้นพบว่าการอ่านหนังสือนั้น มันไม่ได้เป็นสิ่งที่ไกลตัว (จะกล่าวในภายหลังว่า ผมค้นพบอะไร จากการอ่านหนังสือเล่มนี้) และมันไม่สำคัญหรอกว่าคุณอ่านแล้ว คุณจะต้องจำได้ทั้งเล่ม หรืออ่านแล้วต้องจำเนื้อหาได้เกินกี่ % ซึ่งมันไม่มีกำหนดไว้ ประเด็นสำคัญคือ คุณได้อ่าน แล้วคุณละเริ่มอ่าน หนังสือแล้วหรือยัง ?
หนังสือดีๆ อยากให้ลองอ่านดู
Posted On 26 ก.พ. 2010 By krapalm. Under: นานาสาระ.
วันนี้ผมไปเดินหาซื้อหนังสือที่ร้าน se-ed สาขาบิ๊กซีมหาสารคาม (ไป 3 ครั้งภายในอาทิตย์เดียว) ความจริงก่ะว่าจะไปซื้อหนังสือเขียนโปรแกรมมาอ่าน แต่ดันไปเจอหนังสือเล่มหนึ่งเข้า เรียกได้ว่าแค่เจอหน้าปก+ชื่อหนังสือ ก็โดนใจ ทำให้อยากอ่านแล้ว หนังสือเล่มนี้ชื่อว่า กลับหัวคิด มองโลก 80% พลิกทุกวิกฤติงานและชีวิต คิดใน "มุมใหม่" ผู้เขียน Shigeta Saito (ชิเงตะ ไซโต้) ผู้แปลคือ คุณประวัติ เพียรเจริญ ผมลองผลิกมาอ่านที่ปกด้านหลัง มีใจความว่า
กระดาษ 4 แผ่นสร้างความสุข
Posted On 06 ก.พ. 2010 By krapalm. Under: นานาสาระ.
ผมค้นพบวิธีนี้จากหนังสือชื่อ "ล้มอีกครั้งก็ได้ ถ้าลุกเป็น" กระดาษ 4 แผ่นเรียกความสุข ผมว่าเหมาะสำหรับผู้ที่ด้องการความสุขแบบเร่งด่วน ซึ่งเรื่องนี้ก็มีในหนังสือเล่มดังกล่าว โดยมีชื่อเรื่องว่า "4 กระดาษเรียกความสุข" ซึ่งผมขอบอกว่ามันได้ผล ผมเองก็ลงทดสอบดูแล้ว เลยเอามาแนะนำให้ลองใช้กัน เชื่อหรือไม่ว่า กระดาษแผ่นเดียวก็เรียกความสุขได้ ไม่เชื่อ ลองทำดู เป็นวิธีที่ใช่เรียกความสุขและขับความทุกข์แบบด่วน โดยไม่ต้องฝึกหรือเรียนรู้ให้ยุ่งยาก ใช้แค่กระดาษและปากกา หรือจะพิมพ์ก็ได้ ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด ผมรับรองว่าจะสามารถขจัดความไม่สบายใจออกไปได้กระดาษแผ่นที่ 1...
ใช้มันเขียนระบายเรื่องที่ไม่สบายใจที่เกิดขึ้นระหว่างวัน ไม่ว่าจะความหงุดหงิด เหนื่อยหน่าย ไม่พอใจ ระบายมันเหมือนขับของเสียในใจลงในกระดาษ เป็นหลักเดียวกับที่นักจิตวิทยาใช้ให้คนเขียนระบายความรู้สึกลงในไดอารี่ นอกจากนี้ เรายังหยิบกระดาษแผ่นนี้มาอ่านอีกครั้งเพื่อสำรวจใจตนเองได้ว่ามันกำลังคิดอะไร หากมีปัญหาชีวิต การเขียนมันลงกระดาษแล้วอ่าน จะช่วยให้เราเห็นมันชัดขึ้น ช่วยให้แก้ปัญหาได้ตรงจุดขึ้น
กระดาษแผ่นที่ 2...
ใช้เขียนเรื่องที่เรามีความสุข แล้วสำนึกขอบคุณว่าเรามีโชคเพียงไร แล้วอ่านอีกครั้งเพื่อตรวจสอบว่า อะไรบ้างที่มีส่วนทำให้เรามีโชคดี เป็นเพราะคนหรือการกระทำของเรา หากเป็นเพราะคนต้องอย่าลืมตอบแทนคุณ หากเป็นเพราะตัวเราก็ต้องตั้งคำถามว่าเราทำอย่างไรจึงได้ผลลัพธ์นั้น จะได้ทำมันอีกเพื่อเรียกความสุขในวันต่อไป
กระดาษแผ่นที่ 3...
ใช้มันเขียนออกแบบอนาคตว่าต้องการมีความสุขแบบใด เช่น อยากมีงานดี มีเงิน มีบ้าน มีคนรักที่เข้าใจเรา จงเขียนทุกอย่างที่ต้องการ ประหนึ่งว่า นี่คือกระดาษขอพรที่จะสมหวังทุกประการ คิดและเขียนมันลงไป รู้จักกฎแห่งแรงดึงดูดหรือไม่ มันมีส่วนช่วยให้สมหวังได้ หากคิดดีและมุ่งมั่นไปให้ถึงจุดหมาย จากนั้นจงเอากระดาษแผ่นนี้ไปติดในที่ๆ เราเห็นได้ง่าย ไม่ว่าจะที่ประตู ... Read More
บอกต่อ : นอนช่วงเย็นๆ ทำไมถึงปวดหัว ???
Posted On 09 ม.ค. 2010 By krapalm. Under: นานาสาระ.
ผมเองเป็นอีกคนหนึ่งที่ชอบนอนช่วงเย็นๆ 4-6 โมงเย็น หรือที่เค้าเรียกกันว่าช่วง โพ้เพ้ สิ่งที่ผมเป้นก็คือพอตื่นขึ้นมาจะมีอาการปวดหัว หลายๆ มีข้อสงสัยว่า เอ๋ ทำไมเวลานอนช่วงเย็น ตื่นขึ้นมาแล้วจึงปวดหัว ? แล้วคนอื่นที่นอนช่วงเวลานี้เป็นหรือเปล่า ? ผมก็ลองได้สอบถามเพื่อนๆ ดู ปรากฏว่าก็เป้นเหมือนกัน เลยทำให้เกิดข้อสงสัยว่า ทำไมนอนช่วงนี้แล้วจึงเกิดอาการเปิดหัวหน่า ก็เลยไปถาม google ซะหน่อย เจอมากมายหลายคำตอบมาก มีทั้งแบบความเชื่อที่วิทยาศาสตร์พิสูตรไม่ได้ และสิ่งที่วิทยาศาสตร์ยืนยันได้ ก็เลยเอามาแบ่งปันความรู้ซะหน่อย เผื่อใครที่กำลังสงสัยแบบผมอยู่ในตอนนี้
เรามาดูกันว่า ทำไมนอนช่วงเย็นๆ จึงปวดหัว จะได้หายสงสัยกันไปเลย
การนอนที่ผิดเวลานั้น มีผลต่อการทำงานของสมองและร่างกาย กล่าวคือ ถ้าเราเคยออกวิ่งเวลานั้น หรือ เคยนั่งดูทีวี เวลานั้น อยู่เป็นประจำ เมื่อถึงช่วงเวลานั้น ร่างกายและสมองจะเตรียมตัวของมันโดยอัตโนมัติสำหรับกิจกรรมนั้นๆ เมื่อเราไปนอนก็เหมือนเราทำในสิ่งที่ร่างกายหรือสมองไม่พร้อมจะทำ นั่นคือที่มาของอาการปวดศรีษะ เป็นการแสดงการประท้วงหรือต่อต้านของสมอง ต่อสิ่งที่คุณได้ทำ นั่นคือการนอน
หวังว่าคำตอบนี้คงพออธิบายบางอย่างได้ นะครับ (จากคุณ Rich_Tawee )
ว่ากันว่า..เป็นช่วงที่กลางวันกับกลางคืนมาบรรจบกัน เป็นช่วงที่มนุษย์มีจิตอ่อนที่สุด..ผู้เฒ่าผู้แก่จะไม่ให้นอนหลับระหว่าง ช่วงนี้ หรือหลับแล้วก็ต้องปลุกให้ตื่นก่อน.ว่าจะอั้น. (จากคุณ komet)
คิดว่าร่างกายคนเรา เหมือนมีนาฬิกาชีวิต ถ้าเราทำบางอย่างที่ไม่สัมพันธ์กับความเคยชินของร่างกาย ร่างกายคงจะไม่สบาย และมีปฏิกิริยาบางอย่างแสดงออกมาค่ะ
เจอบทความนี้น่าสนใจ ลองอ่านดูนะคะ
นาฬิกาชีวิต (BIOLOGICAL CLOCK)
การแพทย์ตะวันออกถือว่า ... Read More
สวัสดีวันเด็ก !!
Posted On 09 ม.ค. 2010 By krapalm. Under: นานาสาระ.
นายกฯมอบคำขวัญวันเด็กปี 2553 “คิดสร้างสรรค์ ขยันใฝ่รู้ เชิดชูคุณธรรม” ส่วนหนังสือวันเด็กปีนี้ใช้ชื่อว่า “ดวงใจไทย” จัดทำเพื่อเป็นหนังสือที่ระลึกเนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ...
คำ ขวัญวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2553 ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี คือ “คิดสร้างสรรค์ ขยันใฝ่รู้ เชิดชูคุณธรรม” ส่วนหนังสือวันเด็กปีนี้ใช้ชื่อว่า “ดวงใจไทย” จัดทำเพื่อเป็นหนังสือที่ระลึกเนื่องในวันเด็กแห่งชาติ และได้กราบบังคมทูลพระกรุณา ขอพระราชทานพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ฉายพระรูปร่วมกับพระบรมวงศ์ และภาพพระราชกรณียกิจด้านการศึกษามาจัดพิมพ์ ภายในมีสารคดีเฉลิมพระเกียรติ เพื่อให้เด็กรุ่นใหม่ได้ศึกษาพระจริยาวัตร รวมทั้งบทความเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ เช่น หัวใจพ่อแม่ รักษ์โลกทั้งใบ รวมใจสามัคคี ไทยเข้มแข็ง. ที่มา (thairath.co.th)
วันนี้ผมเองก็ไม่ได้หยุดงาน ต้องไปจัดงานวันเด็กกับทางสำนักงาน แรกๆ ก็ไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ ที่ไม่ได้หยุด แต่ขอบอกว่ามันไม่ใช่อย่างนั้นเลยครับ วันนี้ช่วงเช้า ขอบอกเลยเป็นวันที่ผมมีความสุขมาก ไม่ได้เห็นรอยยิ้มที่สดใส น่ารัก แบบนี้มานานแล้ว การที่เราจะได้รอยยิ่มที่สดใสน่ารักแบบนี้ มันหาไม่ได้จากคนทั่วๆ ไปแน่นอน ต้องจากเด็กๆ เท่านั้น ผมได้เห็นรอยยิ่มของเด็กๆ แล้วทำให้ผมมีความสุขมาก มีหลายๆ ฉากที่ประทับใจ แบบไม่มีวันลืมเลยก็ว่าได้ ได้เห็นเด็กๆ มากมายเดินไปเดินมาอย่างมีความสุข ... Read More





