แนะนำหนังสือ HTML5 และ CSS3
Posted On 13 Jun 2010 By กระปาล์ม. Under: นานาสาระ.เมื่อกระปาล์ม เป็นคุณครู
Posted On 12 Jun 2010 By กระปาล์ม. Under: นานาสาระ.
หลังจากที่ไม่ได้เขียนบล็อกมานานมาก คิดถึงใจแทบขาดกันเลยทีเดียว ห่างหายไปกี่วันผมก็ไม่ทันได้นับ แต่ก็นานพอสมควรเหมือนกัน (แต่ก็ไม่ถึงเดือนหรอก) สาเหตุที่หายไปก็พอดีช่วงก่อนหน้านี้กลับบ้านที่นครพนม ก็เลยไม่มีเวลาได้จับคอมเลย งานเยอะมาก ได้ใช้เน็ตแต่ก็นั่งทวิตซะงั้น ไม่ค่อยได้เขียนบทความ(จะว่าขี้เกียจก็ได้) ตอนนี้ก็ได้ย้ายฐานการผลิตมาอยู่ กทม.แล้ว (พูดซะดูดีเลย) ก็ก่ะว่าจะมาหาประสบการณ์ใน กทม. ก่ะว่าจะเปิดบริษัท(ซึ่งไม่รู้ว่าเมื่อไหร่) ยังไงก็ฝากด้วยนะครับ เอาเป็นว่าทิ้งเรื่องนี้ แล้วมาเข้าเรื่องสาเหตุที่ไม่ได้เขียนบล็อกกันดีกว่า พอดีได้มีโอกาสได้เป็นคุณครู กลับไปตอบแทนโรงเรียนเก่าสมัยมัธยมที่เคยสร้างเราจากเด็กๆ ธรรมดาคนหนึ่งให้กลายเป็น โปรแกรมเมอร์ที่บ้าครั่ง (5555 อ่านแล้วก็ขำ) ก็ได้มีโอกาสเป็นวิทยากรอบรมการพัฒนาเว็บไซต์เบื้องต้นด้วยโปรแกรม Adobe Dreamweaver ก็สนุกดีครับน้องๆ น่ารักตั้งใจเรียนกันทุกคน เรียกได้ว่าผมเองก็ข่นเอาประสบการณืเท่าที่มี (อันน้อยนิด) ไปถ่ายทอดให้น้องๆ อย่างเต็มที่
ปริญญาจ้างจบ !!!
Posted On 15 May 2010 By กระปาล์ม. Under: Features, นานาสาระ.
การเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยไม่ว่าจะเป็นเอกชนหรือรัฐบาล แน่นอนว่าทุกคนมีจุดประสงค์เดียวกันคือ เพื่อศึกษาหาความรู้มาประกอบอาชีพ ซึ่งนี้ก็เป็นแค่ส่วนหนึ่ง แต่ที่น่ากลัวคือคนไทยเราผมว่าถูกสอนมาผิดๆ เด็กๆ ไทยส่วนใหญ่อยากจะเรียนเพราะด้วยเหตุผลที่ว่า พอเรียนจบสูงๆ แล้วเวลาทำงานเงินมันดี หรือว่าหางานง่ายกว่าคนที่มีวุฒิการศึกษาที่น้อยกว่า ไม่ได้มาเรียนเพราะว่าสนใจอยากรู้อยากทำ อยากจะพัฒนาตนเอง อยากจะพัฒนาประเทศชาติ (ส่วนน้อยมากที่คิดแบบนี้) จะเรียนมหาวิทยาลัยหรือไม่ได้เรียนผลไม่ต่างกันมาก ถ้าบุคคลนั้นขวนขวายจะเรียนรู้ แต่ถ้าคุณเข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัยล้ว สิ่งที่แตกต่างจกาคนที่ไม่ได้เรียนคือ หนึ่งละคือเรื่องค่าใช้จ่าย ทั้งในเรื่องค่าหน่วยกิจ ค่าเทอม ค่าหอพัก ค่ากินค่าเที่ยว (หนักไปทางเที่ยวซะเยอะ) แน่นอนถ้าคุณมาเรียนแล้คุณไม่ได้อะไรมันเสียเวลาในชีวิตคุณแน่นอน แต่ถ้าได้อะไรติดตัวไป มันคงมีมากกว่าคำว่าเสียเวลาแน่นอน ผมเองเห็นเพื่อนหลายคนที่มาเรียน แล้วไม่เรียน มาเรียนแล้วเล่น แล้วเที่ยว
ในหลวงทรงสอนถ้าไม่มีประชาชนก็ไม่มีพวกเรา
Posted On 24 Apr 2010 By กระปาล์ม. Under: นานาสาระ.
ขอหยิบเอาเนื้อข่าวมาลงเลยแล้วกันครับ ผมได้ดูข่าวทางทีวี และอ่านจากเว็บแล้รู้สึกว่า น้ำตาแทบไหล ลองอ่านเนื้อข่าวดูครับ เมื่อวันที่ 23 เม.ย. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงมีพระดำรัสกับชาวไทยในนครมิวนิคและใกล้เคียง ประเทศเยอรมนี ว่า "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงปลูกฝัง สอนข้าพเจ้าเสมอว่าถ้าไม่มีประชาชนก็ไม่มีพวกเรา เพราะฉะนั้นเราเกิดมาหน้าที่นี้ เป็นเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน มีคนเคารพกราบไหว้ ก็ควรทำประโยชน์ให้สังคม ทำตัวให้เหมาะสมกับที่คนเคารพนับถือให้ความรัก ท่านสอนอย่างนี้เสมอ ข้าพเจ้าเลยทุ่มสุดตัวทำเพื่อประเทศไทย อะไรก็ตามที่ดีสำหรับประเทศไทยก็ทำ ก็อยากให้ทุกคนคิดว่าอะไรดีที่สุดสำหรับแผ่นดินแม่ เราก็ควรทำ เพราะถ้าไม่มีแผ่นดินไทย ข้าพเจ้าเชื่อว่า คนไทยแม้แต่มีอาชีพ มีครอบครัวอยู่ต่างประเทศ ถ้าเกิดแผ่นดินไทยล่มสลาย จะไม่มีใครมีความสุขได้เลย"
ไอเดียจีบสาว….จาก sms โฆษณา
Posted On 09 Apr 2010 By กระปาล์ม. Under: นานาสาระ.
พึ่งจะเปิดใช้งาน Internet SIM ของ Dtac (ของฟรีแบบเติมเงิน) ได้เพียงแค่ 2 วันก็เริ่มกระบวนการส่ง sms โฆษณามา ซึ่งวันนี้ก็ได้มี sms โฆษณาเป็น sms แรกเลยก็ว่าได้ที่ส่งมายัง SIM นี้ซึ่งปกติผมเกลียด sms พวกนัเมาก เพราะ SIM ที่ผมใช้ประจำก็โทรไปยกเลิก ไม่ต้องการรับ sms ในลักษณะนี้หมดทุกSIM แล้วเหลือซิมอันใหม่นี้แหละที่ยังไม่ทันตั้งตัว ซึ่งผมก็รู้ว่าหลายๆ คนก็คงลำคาญ ซึ่งผมก็หนึ่งในนั้นที่ลำคาญมากๆ แต่...... ผมจะบอกว่า ทุกอย่างมันมี 2 ด้าน ฮาๆๆ (คิดแล้วขำ...) บังเอิญมี sms โฆษณามาหาผมแรกๆ ก็เซ็ง แต่ก็ยังเปิดอ่าน wow !!! พออ่านจบบรรทัดเท่านั้นแหละ ผมอุทานออกมาเลยว่า เจ๋งนี่หว่า ซึ่งเนื้อหาใน sms คือ รู้มั้ย คุณจะเจอคนรู้ใจที่ไหน กดตอบพิมพ์ 88 ทายใจสมัคร3บ/ขค โอ้วววววววววว ไอเดียเกิด ขอยืมส่งไปจีบสาวหน่อยนะ ขอบคุณสำหรับไอเดียนี้ (ฮาๆๆ)
ในบล็อกของคุณใช้ Plugin ทั้งหมดกี่ตัว
Posted On 09 Apr 2010 By กระปาล์ม. Under: นานาสาระ.
เกิดจากความสงสัยของผมเองว่า ในบล็อกของแต่ละคนที่ใช้ CMS อย่าง Wordpress นั้นแต่ละคนใช้ Plugins ทั้งหมดกี่ตัว หรือบางคนบอกว่าไม่ได้ใช้สักตัว (อาจจะเป็นไปได้) ส่วนในบล็อก krapalm.com นั้นผมได้ใช้ Plugins ทั้งหมด 29 ตัวผมไม่แน่ใจว่า 29 Plugins ที่ผมใช้นั้นมันมากหรือว่ามันน้อย ก็เลยทำ Poll สำรวจขึ้นมา เพื่อไขข้อข้องใจ ยังไงก็ขอเชิญเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่ผ่านเข้ามารวมแชร์กันหน่อยนะครับ โดยผมจะปิดระบบ Poll ในวันที่ 20 เมษาฯ นี้ ซึ่งถ้าผมว่างๆ ผมจะมาแชร์ว่า Plugins ทั้ง 29 ตัวที่ผมเปิดใช้งานนั้นมีอะไรบ้าง แล้วแต่ละ Plugins มีหน้าทำไว้ทำอะไร สัญญาว่าจะมาแชร์แบบไม่กั๊กอย่างแน่นอนครับ ซึ่งความจริงแล้วผมติดตั้งทั้งหมด 34 Plugins แต่เปิดใช้แต่สถานะการณ์ บ้านเมือง (ไม่เกี่ยวกันหรอก พูดตามกระแส)
แชร์วิธีการอ่านหนังสือ ตอน : วิธีเลือกซื้อหนังสือ (ของผม)
Posted On 07 Mar 2010 By กระปาล์ม. Under: นานาสาระ.
หลังจากที่ได้เขียนผ่านไปแล้ว 2 บทความมีทั้ง แรงบรรดาลใจในการอ่าน และวิธี การอ่านหนังสือ (ของผม) คร่าวนี้มาถึงบทความแชร์วิธีการอ่านหนังสือ ตอนสุดท้าย ชื่อตอนว่า วิธีการเลือกซื้อหนังสือ (ของผม) เพื่อจะเป็นประโยชน์กับ ใครหลายๆ คนที่อยากจะอ่านหนังสือ แล้วไม่รู้ว่าจะซื้อหนังสือมาอ่านยังไง เพราะผมเห็นเพื่อนๆ หลายคนที่ซื้อหนังสือมาแล้ว มาบ่นว่าเนื้อหาในหนังสือไม่ตรงกับที่ต้องการอ่าน ซึ่งถ้าเราใส่ใจในรายละเอียด สักนิดก็ไม่ต้องเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นหรอก เพราะหนังสือทุกเล่มเขาก็ใส่รายละเอียดไว้อย่างครบถ้นอยู่แล้ว แค่เสียเวลายืนอ่าน นิดเดียว ก็จะได้หนังสือที่ถูกใจ มีเนื้อหาที่เราต้องการ กลับมาอ่านแล้ว
แชร์วิธีการอ่านหนังสือ ตอน : วิธีการอ่านหนังสือ (ของผม)
Posted On 06 Mar 2010 By กระปาล์ม. Under: นานาสาระ.
หลังจากที่เขียนเขียนบทคาวมเรื่อง แชร์ วิธีการอ่านหนังสือ ตอน : แรงบรรดาลใจในการอ่าน ไปแล้วก่อนหน้านี้แล้วมาถึงตอนนี้ผมก็จะมาแชร์วิธีการอ่านหนังสือขอผม ว่ามันจะเหมือนกับคุณหรือเปล่า แต่ขอบอกนะครับว่าวิธีการอ่านหนังสือของผม ไม่ได้มีจากตำราสอนการอ่านหนังสือไหนๆ อย่างแน่นอน ผมคิดว่าวิธีการนี้คงเหมาะสมกับคนอย่างผมที่สุดแล้ว และคนไม่เปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอน ซึ่งผมไม่ได้มาบอกว่า เวลาอ่านหนังสือคุณต้องมีสมาธิ ต้องปิด ทีวี ปิดคอม ไม่เปิดเพลง หรือบางคนถึงขั้น ทำเป็น Mind Mapping เลยก็มี ผมว่ามันไม่จำเป็นหรอก ซึ่งการอ่านหนังสือ มันไม่ใช่แค่การอ่านเพื่อไปสอบ คุณอย่าคิดว่าคุณจะอ่านหนังสือก็ต่อเมื่อคุณมีสอบ (ผมคิดว่าคนส่วนใหญ่ ถูกสอนมาให้อ่านหนังสือเพื่อไปสอบ)
แชร์วิธีการอ่านหนังสือ ตอน : แรงบรรดาลใจในการอ่าน
Posted On 05 Mar 2010 By กระปาล์ม. Under: นานาสาระ.
เนื่องจากผมเป็นคนที่แต่ก่อนไม่ชอบอ่านหนังสือเอาซะเลย แม้กระทั่งหนังสือเรียนผมก็ยังไม่ค่อยจะอ่านเลย ซึ่งตอนนั้นผมโกหกตัวเองว่า ไม่รู้จะอ่านหนังสืออะไรดี มันเป็นเหตุผลที่ฟังแล้วเหมือนจะดูดีนะ ซึ่งผมก็ใช้เหตุผลนี้อ้างมาหลายปี จนมาวันหนึ่ง ผมได้ไปเจอหนึ่งสือเล่มหนึ่งเข้า ซึ่งเป็นหนังสือของเพื่อนน้องสาว (เพื่อนน้องสาวถือมาเลยยืมอ่าน) ซึ่งผมก็จำชื่อหนังสือไม่ได้ แต่รู้สึกว่าจะเป็นของสำนักพิมพ์ดอกหญ่า เป็นหนังสือแนวนวนิยายเกี่ยวกับความรัก เป็นหนังสือเล่มแรกที่ผมอ่านจบเล่ม และอ่านหลายรอบมาก ถามว่าทำไมถึงอ่านหลายรอบ คำตอบก็คือผมอ่านแล้วรู้สึกว่าชอบ และสนุกที่อ่าน ซึ่งหนังสือเล่มนี้แหละที่ทำให้ผมค้นพบว่าการอ่านหนังสือนั้น มันไม่ได้เป็นสิ่งที่ไกลตัว (จะกล่าวในภายหลังว่า ผมค้นพบอะไร จากการอ่านหนังสือเล่มนี้) และมันไม่สำคัญหรอกว่าคุณอ่านแล้ว คุณจะต้องจำได้ทั้งเล่ม หรืออ่านแล้วต้องจำเนื้อหาได้เกินกี่ % ซึ่งมันไม่มีกำหนดไว้ ประเด็นสำคัญคือ คุณได้อ่าน แล้วคุณละเริ่มอ่าน หนังสือแล้วหรือยัง ?
หนังสือดีๆ อยากให้ลองอ่านดู
Posted On 26 Feb 2010 By กระปาล์ม. Under: นานาสาระ.
วันนี้ผมไปเดินหาซื้อหนังสือที่ร้าน se-ed สาขาบิ๊กซีมหาสารคาม (ไป 3 ครั้งภายในอาทิตย์เดียว) ความจริงก่ะว่าจะไปซื้อหนังสือเขียนโปรแกรมมาอ่าน แต่ดันไปเจอหนังสือเล่มหนึ่งเข้า เรียกได้ว่าแค่เจอหน้าปก+ชื่อหนังสือ ก็โดนใจ ทำให้อยากอ่านแล้ว หนังสือเล่มนี้ชื่อว่า กลับหัวคิด มองโลก 80% พลิกทุกวิกฤติงานและชีวิต คิดใน "มุมใหม่" ผู้เขียน Shigeta Saito (ชิเงตะ ไซโต้) ผู้แปลคือ คุณประวัติ เพียรเจริญ ผมลองผลิกมาอ่านที่ปกด้านหลัง มีใจความว่า










