
Samsung Galaxy Gio ชื่อนี้เชื่อว่าหลายๆ คนคงจะกำลังงงว่า เอ..!! Galaxy Gio มาได้ไง มีขายในไทยด้วยเหรอ ? ต้องตอบว่า จริงๆ แล้ว Galaxy Gio มีขายในไทยครับ เป็นอีกหนึ่งรุ่นจากมือถือตระกูล Samsung Galaxy Family ซึ่งตัวนี้เอาเข้ามาขายแบบเงียบๆ ไม่ได้มีการจัดเปิดตัวไปพร้อมกับ Samsung Galaxy ตัวอื่นๆ ตอนแรกผมคิดว่า Galaxy Gio คงไม่ได้เข้ามาทำตลาดในไทยแน่ๆ แต่ไปๆ มาๆ มีคนไปเจอ Galaxy Gio วางขายหน้าร้าน เล่นเอางงเหมือนกัน สรุปคือซัมซุงเอา Galaxy Gio เข้ามาทำตลาดในไทย ราคาก็เบาๆ ซะด้วย
ในตระกูล Galaxy Family เรียกได้ว่าผมเองได้สัมผัสได้รีวิวมาเกือบทุกรุ่นแล้ว เหลือเพียงแค่ Galaxy Fit เท่านั้นที่ยังไม่ได้แตะ หากใครสนใจมือถือรุ่นอื่นๆ ในตระกูล Galaxy Family ลองดูรีวิวจากบทความเก่าๆ ได้ครับ
Samsung Galaxy Gio จึงเป็นตัวที่ 3 ของตระกูลนี้ที่ผมมีโอกาสได้สัมผัส
Galaxy Gio เป็นมือถือแอนดรอยด์ที่เหมาะสัมหรับ คนที่ต้องการมือถือแอนดรอยด์ราคาไม่แพงมาก ฟีเจอร์ในการทำงานครบครั้น เหมาะอย่างยิ่งกับคนที่กำลังสนใจจะหันมาใช้มือถือแอนดรอยด์ หรือใช้แอนดรอยด์เป็นเครื่องแรกน่ะแหละ โดยเฉพาะคุณผู้หญิง ผมว่ารุ่นนี้เหมาะมากครับ Galaxy Gio มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 2.2 หน้าจอ 3.2 นิ้ว ความละเอียด 320 x 480 พิกเซล (ใหญ่กว่า Galaxy mini นิดหนึ่ง แล้วก็เล็กกว่า Galaxy Fit นิดหน่อยด้วยเช่นกัน)
เดี๋ยวผมขอขยายความเรื่องจอของทั้ง 3 รุ่นนี้ก่อน คิดว่าคงมีคนสงสัยแน่นอนว่าราคาต่างกันประมาณพันกว่าบาท แล้วจะเลือกอะไรดี
- Galaxy Fit หน้าจอ 3.31 นิ้ว ความละเอียด 240 x 320 พิกเซล
- Galaxy Gio หน้าจอ 3.2 นิ้ว ความละเอียด 320 x 480 พิกเซล
- Galaxy Mini หน้าจอ 3.14 นิ้ว ความละเอียด 240 x 320 พิกเซล
ด้าน Hardware ใช้ซีพียูความเร็ว 800MHz แต่…!! ไม่ใช่ความเร็ว 800MHzจากโรงงานนะครับ แต่มันเป็นเพียงการ Overclock จาก 600 MHz มาเป็น 800MHz เท่านั้นเอง ซึ่งในความรู้สึกจริงๆ เวลาสัมผัสเครื่องอาจจะรู้สึกแตกต่างบ้างในบางจังหวะเท่านั้น ถ้าเทียบกับ 600 MHz
ในส่วนของแรมคงจะเป็น 384MB อย่างแน่นอน เหลือใช้จริงๆ ประมาณ 140-150MB สำหรับหน่วยความจำในตัวเครื่องก็ 158 MB สามารถเพิ่ม SD Card ได้ แบตเตอรี่ความจุ 1350 mAh กล้องหลังความละเอียด 3 ล้านพิกเซล อ่อเกือบลืม GPU ใช้รุ่น Adreno 200
มาเริ่มรีวิว Galaxy Gio


ต้องบอกว่า Galaxy Gio นั้นเป็นมือถือแอนดรอยด์ราคา 7 พันกว่าบาทที่วัสดุเยี่ยม เมื่อได้สัมผัสรู้สึกได้ถึงความทนทานของตัวบอดี้ แถมดีไซน์ก้ยังสวยงามอีกด้วย ถึงแม้จะเป็นพลาสติกก็ตาม ขนาดของตัวเครื่องเพียงแค่ 110.5 x 57.5 x 12.15 มม. และน้ำหนักเพียงแค่ 102 กรัมเท่านั้น (เบากว่า Galaxy Mini อีก)


ด้านข้างมีปุ่มอยู่ทั้ง 2 ด้าน เริ่มจากรูปซ้ายมือ มีปุ่ม Power และ ช่องสำหรับใส่ SD Card ซึ่งไม่ต้องปิดเครื่อง หรือถอดแบตนั้นเอง สะดวกมากๆ ต่อมาเป้นรูปขวามือเป้นปุ่มเพิ่มและลดเสียง


ด้านบนมีช่องสำหรับเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม. ส่วนด้านล่างเป็นช่องสำหรับเสียบ Micro USB สำหรับชาร์จแบตและเชื่อมต่อข้อมูลเข้ากับคอมพิมเตอร์ สุดท้ายรูเล็กก็จะเป็นไมค์สำหรับเวลาคุยโทรศัพท์


ลองแกะฝาหลัง ซึ่งก็ตามมาตรฐานของมือถือแอนดรอยด์ทั่วไปคือแกะฝาหลังได้ และง่ายมากๆ ตัวนี้ก็เช่นกันแกะง่ายสุดๆ แทบไม่ต้องออกแรง แต่เวลาติดิยู่ที่เครื่องก็ใช่ว่าจะหลุดออกมาง่ายๆ ตัววัสดุฝาหลังดูทนทานดี

ด้านหลังเป็นกล้องความละเอียด 3ล้านพิกเซล ถัดมาอีกนิดก็เป็นลำโพงของตัวเครื่อง ฝาหลังมีลวดลายๆ คล้ายๆ กับผ้าหลังของ Galaxy Cooper เพียงแต่ลวดลายแตกต่างกัน
ลองถ่ายรูปคู่ (ไม่ใช่เปรียบเทียบนะ) กับ Optimus One




ในด้านของ Software
Galaxy Gio มาพร้อมกับ Android 2.2.1 ตั้งแต่ตอนวางจำหน่าย สำหรับเรื่องที่ว่าจะได้รับการอัพเกรดเป็น Android 2.3 หรือเปล่าก็ต้องติดตามดูกันอีกทีครับ




หน้า Home Screen / เมนู / เปลี่ยนภาพพื้นหลัง / และเพิ่มแอพพลิเคชั่น เพิ่ม Widgets ต่างๆในหน้า Home




หน้า Home Screen สามารถเพิ่มได้ 8 หน้า ภาพต่อมาเป็น Notification และสุดท้ายคือ recent app (แอพล่าสุดที่เปิดใช้งาน)




หน้าฟังชั่นต่างๆ ในการใช้งานด้านโทรศัพท์


หน้าแอพพลิเคชั่น สามารถแก้ไขตำแหน่งต่างๆ ของแอพพลิเคชั่นได้

หน้าตาแอพพลิเคชั่นสำหรับถ่ายรูปและวีดีโอ สามารถตั้งค่าพื้นฐานทั่วไปได้

เนื่องจาก Galaxy Gio มาพร้อมกับ Android 2.2 หนึ่งฟีเจอร์ที่มาในเวอร์ชั่นนี้ก็คือ Tethering และ portable hotspot ช่วยให้เราสามารถแชร์เน็ตจากมือถือของเราไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ได้นั้นเอง
วีดีโอสาธิตการใช้งาน Galaxy Gio
ทดสอบประสิทธิภาพ
Neocore

Galaxy Gio ทดสอบด้วยแอพ Neocore ได้คะแนนสูงเลยทีเดียว 52.1FPS ลองเทียบกับมือถือแอนดรอยด์ในช่วงราคาที่ใกล้เคียงกัน ถือว่า Gio สุงสุด

Quadrant Standard


ทดสอบด้วย Quadrant Standard ได้คะแนน 562 ซึ่งต่ำกว่า Galaxy Mini นิดเดียว (นิดเดียวจริงๆ)

เกมที่รองรับ Galaxy Gio
Angry Birds Rio

Angry Birds

Angry Birds Seasons

Paper Toss

Angry Frog

Tank Hero

NinJump

เกมอื่นๆ ที่ผมทดสอบแล้วเล่นได้

กล้อง
ภาพนี้ถ่ายด้วย Galaxy Gio

ภาพนี้ถ่ายด้วย Optimus One

ภาพนี้ถ่ายด้วย Galaxy Gio

ภาพนี้ถ่ายด้วย Optimus One

ภาพอื่นๆ ที่ถ่ายด้วย Galaxy Gio ครับ




วีดีโอที่ถ่ายจาก Galaxy Gio
สรุป
Samsung Galaxy Gio มีวางจำหน่ายแล้วในราคา 7,990 บาทครับ Galaxy Gio เป็นมือถือแอนดรอยด์อีก 1 ตัวที่น่าใช้งาน ด้วยราคาที่ไม่แพงจนเกินเหตุ และประสิทธิภาพที่มาเกินราคา หาใครกำลังหามือถือแอนดรอยด์ราคาถูกที่สามารถเล่นเกม Angry birds (เล่นได้ทั้ง 3 เวอร์ชั่น) Galaxy Gio คงตอบโจทย์ข้อนี้ได้อย่างแน่นอน อีกทั้งในเรื่องการถ่ายรูป ผมว่ามันทำได้ดีกว่ามือถือรุ่นแพงๆ หลายๆ ตัวซะอีก (ถ้าไม่รับเรื่องของการถ่ายวีดีโอ)
ขอขอบคุณ
![]()
ซัมซุง ประเทศไทย
และด้วยความเอื้อเฟื้อของ @molek ทำให้ผมได้เครื่องมารีวิว ต้องขอขอบคุณมากๆ ครับ
Tags: Galaxy Cooper, Galaxy Fit, Galaxy Gio, Galaxy mini, Galaxy SL, Samsung Galaxy Gio, แอนดรอยด์.











