
หลังจากที่เขียนเขียนบทคาวมเรื่อง แชร์วิธีการอ่านหนังสือ ตอน : แรงบรรดาลใจในการอ่าน ไปแล้วก่อนหน้านี้แล้วมาถึงตอนนี้ผมก็จะมาแชร์วิธีการอ่านหนังสือขอผม ว่ามันจะเหมือนกับคุณหรือเปล่า แต่ขอบอกนะครับว่าวิธีการอ่านหนังสือของผม ไม่ได้มีจากตำราสอนการอ่านหนังสือไหนๆ อย่างแน่นอน ผมคิดว่าวิธีการนี้คงเหมาะสมกับคนอย่างผมที่สุดแล้ว และคนไม่เปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอน ซึ่งผมไม่ได้มาบอกว่า เวลาอ่านหนังสือคุณต้องมีสมาธิ ต้องปิด ทีวี ปิดคอม ไม่เปิดเพลง หรือบางคนถึงขั้น ทำเป็น Mind Mapping เลยก็มี ผมว่ามันไม่จำเป็นหรอก ซึ่งการอ่านหนังสือ มันไม่ใช่แค่การอ่านเพื่อไปสอบ คุณอย่าคิดว่าคุณจะอ่านหนังสือก็ต่อเมื่อคุณมีสอบ (ผมคิดว่าคนส่วนใหญ่ ถูกสอนมาให้อ่านหนังสือเพื่อไปสอบ)
- อันดับแรกผมจะอ่านปกหน้าและปกหลังก่อน อ่านไปตั้งแต่ ชื่อหนังสือ ผู้แต่ง ผู้แปล สำนักพิมพ์ และที่สำคัญคุณเคยรู้ไหมว่า หนังสือที่คุณอ่านมันอยู่หมวดไหน (หนังสือทุกเล่มจะบอกว่า อยู่หมวดไหนนะจ๊ะ ดูตรงปกหลัง) และหนังสือหลายๆ เล่ม ใส่หน้าหาส่วนหนึ่งที่หาสนใจไว้ตรงปกหลังด้วย
- ต่อมาที่หลายๆ คนชอบมองข้ามไม่ค่อยจะอ่านกันคือ คำนำ ทำไมต้องอ่านคำนำด้วยนะเหรอ ก็เพราะ คำนำจะบอกเราได้ว่าหนังสือเล่มนี้เกี่ยวกับอะไร (ถ้าเป็นหนังสือแปล จะมีคำนำผู้แปลด้วย)
- และข้อนี้จะแตกต่างจากคนอื่นๆ ที่อ่านอย่างแน่นอน เพราะผมไม่อ่านหนังสือตามเนื้อหา (งง) ง่ายๆ คือผมจะไม่อ่านหนังสือเริ่มที่ บทที่ 1 หน้าที่ 1 ซึ่งหลายๆ คนอ่านจากแรกจนจบ แต่ผมเลือกอ่านฉะเพราะเนื้อหาที่สนใจจริงๆ ก่อน อาจจะไปอ่านบทที่ 5 ก่อน แล้วค่อยกลับมาอ่านบทที่ 2 แล้วมาบทที่ 1 แต่วิธีการอ่านแบบนี้ ใช้ไม่ได้กับหนังสือบางเล่มนะครับ เล่มไหนควรจะอ่านแบบปกติก็ควรจะอ่านแบบปกติ
- ถ้าคุณรักที่จะอ่านหนังสือ คุณก็จะต้องมีความสุขกับการจดบันทึก หนึ่งสือหนึ่งเล่มคุณไม่จำเป็นต้องอ่านทุกหน้า และไม่จำเป็นต้องจำมันให้ได้ทุกข้อความ แต่คุณควรจะจดบันทึกสิ่งที่สำคัญ หรือสิ่งที่คุณชอบไว้
- อ่านแล้วอ่านเลย ได้เอามาใช้งาน หรือบอกต่อหรือเปล่า (ผมใช้วิธีบอกต่อเพื่อนๆ บางครั้งก้บังคับแฟนนั่งฟัง บางครั้งก็มีข้อเสียคือมันจะยืมอ่าน แล้วดันทำหายอีก) หลายๆ คนอ่านแล้วอ่านเลย (เดียวก็ลืม)
- ถ้าคุณชอบอ่านหนังสือ ผมว่าคุณควรจะรักหนังสือด้วย เวลาอ่านหนังสืออย่าเปิดหนังสือกว้างจนเกินไป (มันจะพังง่าย เสียงต่อการขาด) ซึ่งเวลาผมอ่านผมจะเปิดหนังสือแค่พอประมานไม่กว้างและแคบเกินไป (กลัวมันขาด)
- และผมไม่ชอบขีดเขียนในหนังสือ (มันลายตา) ถ้าจะ note จริงๆ กระดาษอย่างอื่นเถอะ
- อย่าเดินข้ามหนังสือ หรือเหยียบ ฯลฯ ซึ่งผมมันคือแหล่งความรู้เปรียบเหมือน พ่อแม่ ครู อาจารย์
- ผมจะอ่านเมื่อต้องการที่จะอ่าน เลิกอ่านเมื่อขี้เกียจอ่าน อ่านจบไม่จำเป็นต้องมาถามตัวเองว่า จำได้หรือไม่
- การอ่านหนังสือ ผมไม่ได้เคยท่องจำ แต่ผมจะทำความเข้าใจในเนื้อหาให้ได้มากที่สุด เพราะถ้าเราท่องจำ เวลาผ่านไปนานๆ เดียวก็ลืม
- ผมเป็นคนอ่านช้า อ่านทีละครับ เพราะมุ่งหาความหมายของคำทีละคำ (ข้อนี้ไม่ควรทำตามนะจ๊ะ)
- ข้อนี้ผมแนะนำ ถ้าคุณอยากอ่านหนังสือแต่ไม่มีสมาธิ ลองอ่านออกเสียงดู จะเข้าใจและจำได้มากขึ้น แต่ถ้ามีสมาธิก็ไม่ต้องอ่านออกเสียง
- และผมค้นพบว่า หนังสือแต่ละเล่ม ใช้วิธีการอ่านไม่เหมือนกัน เช่นหนังสือเรียน คุณอ่านหนังสือเรียนเพื่อไปสอบก็จะใช้ความคิด พิจารณาเนื้อเรื่องก็จะทำให้ใช้เวลาอ่านนานขึ้นนั้น ซึ่งเราต้องรู้จุดประสงค์ของเรื่องที่จะอ่านด้วย
- ข้อสุดท้าย อันนี้ผมคิดว่าสำคัญ หนังสือ 1 เล่มไม่ควรอ่านแค่รอบเดียว (ยิ่งหนังสือที่ซื้อมาแพง ควรอ่านให้คุ้ม) เพื่อให้คุ้มเงินและ ง่ายต่อการจดจำก็อ่านบ่อยๆ
นี้ก็เป็นวิธีการอ่านหนังสือของผมไม่จำเป้นต้องทำตามมีหลายข้อที่ไม่ดี ข้อไหนพอไปประยุกต์ใช้ได้ ก็นำไป ข้อไหนมันไม่ดีก็อย่าเอาไปใช้นะครับ
อ่อผมลืมบอกไปว่า ผมอ่านหนังสืออยู่ 2 ประเภทคือ
- หนังสือเรียน
- หนังสืออ่านเล่นทั่วไป
หนังสือเรียนก็พวกิชาต่างๆ ที่ต้องสอบ อันนี้ไม่ต้องอธิบายมากก็คงเข้าใจ ส่วนหนึ่งสืออ่านเล่นผมจะมีอยู่ 3 หมวดหลักๆ คือ หนังสือคอมพิวเตอร์ หนังสือบริหารและจัดการ พัฒนาตัวเอง และสุดท้ายก็เป็นหนังสือจิตวิทยาทั่วไป หลักๆ ก็จะมีอยู่ 3 หมวดนี่แหละที่ผมชอบอ่าน หลังๆมาเลิกอ่านนวนิยายแล้ว (มันออกมาขายเยอะเกิน ไม่มีเงินซื้อมาอ่าน) นอกจากนี้ก็จะมีพวก การตลาด บริหารต่างๆ ฯลฯ แต่ที่ไม่อ่านเลยก็คือการ์ตูน ถ้าว่างๆ จะเขียนบทความเรื่อง การเริ่มต้นอ่านหนังสือ อ่านหนังสืออะไรดี ? บทความนี้ก็คงจบลงเพียงเท่านี้หวังว่าจะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อย เจอกันบทความต่อไปนะครับ ขอให้ทุกท่านโชคดี
loading...
loading...
Related Posts
ท่านสามารถนำบทความนี้ไปเผยแพร่ หรือแจกจ่ายตามเว็บไซต์หรือแหล่งต่างๆ ได้แต่ต้องทำลิงค์กลับมายังบทความหน้านี้ด้วย ขอบคุณล่วงหน้าครับ ท่านยังสามารถอ่านบทความของบล็อกกระปาล์ม ดอทคอมผ่านทาง RSS Feed และ Sitemap และติดตามผมได้ที่ Facebook : Twitter MSN : krapalm @ krapalm.com และ gTalk: krapalm @ gmail.com (ทั้ง msn gTalk ไม่ต้องเว้นวรรคนะครับ)









