krapalm share book แชร์วิธีการอ่านหนังสือ ตอน : แรงบรรดาลใจในการอ่าน gerneralเนื่องจากผมเป็นคนที่แต่ก่อนไม่ชอบอ่านหนังสือเอาซะเลย แม้กระทั่งหนังสือเรียนผมก็ยังไม่ค่อยจะอ่านเลย ซึ่งตอนนั้นผมโกหกตัวเองว่า ไม่รู้จะอ่านหนังสืออะไรดี มันเป็นเหตุผลที่ฟังแล้วเหมือนจะดูดีนะ ซึ่งผมก็ใช้เหตุผลนี้อ้างมาหลายปี จนมาวันหนึ่ง ผมได้ไปเจอหนึ่งสือเล่มหนึ่งเข้า ซึ่งเป็นหนังสือของเพื่อนน้องสาว (เพื่อนน้องสาวถือมาเลยยืมอ่าน) ซึ่งผมก็จำชื่อหนังสือไม่ได้ แต่รู้สึกว่าจะเป็นของสำนักพิมพ์ดอกหญ่า เป็นหนังสือแนวนวนิยายเกี่ยวกับความรัก เป็นหนังสือเล่มแรกที่ผมอ่านจบเล่ม และอ่านหลายรอบมาก ถามว่าทำไมถึงอ่านหลายรอบ คำตอบก็คือผมอ่านแล้วรู้สึกว่าชอบ และสนุกที่อ่าน ซึ่งหนังสือเล่มนี้แหละที่ทำให้ผมค้นพบว่าการอ่านหนังสือนั้น มันไม่ได้เป็นสิ่งที่ไกลตัว (จะกล่าวในภายหลังว่า ผมค้นพบอะไร จากการอ่านหนังสือเล่มนี้) และมันไม่สำคัญหรอกว่าคุณอ่านแล้ว คุณจะต้องจำได้ทั้งเล่ม หรืออ่านแล้วต้องจำเนื้อหาได้เกินกี่ % ซึ่งมันไม่มีกำหนดไว้ ประเด็นสำคัญคือ คุณได้อ่าน แล้วคุณละเริ่มอ่านหนังสือแล้วหรือยัง ?

ผมเองไม่เคยอ่านการ์ตูนเลย เพราะเป็นคนอ่านหนังสือการ์ตูนไม่เป็น (เคยอ่านขายหัวเราะนะ) ดังนั้นผมจึงอยู่คนละด้านกับหนังสือ แต่อะไรที่ทำให้ผมรู้จักการอ่านหนังสือ และรักการอ่านหนังสือมาจนถึงทุกวันนี้ แรงบรรดาลของผมมาจาก 1 สิ่ง และ อีก 1 บุคคลซึ่งผมโชคดีอยู่อย่างหนึ่งคือ ผมได้เจอแรงบรรดาลใจทั้ง 2 สิ่ง ในระยะเวลาที่ใกล้เคียงกัน และทำให้ผมนั้นสามารถค้นพบสิ่งดีๆ ได้เร็วขึ้น

แรงบรรดาลใจที่หนึ่ง ผมเริ่มอ่านหนังสือครั้งแรกคือหนังสือของสำนักพิมพ์ดอกหญ่า ที่ได้กล่าวไว้ตอนต้น (น่าเสียดายที่จำชื่อมันไม่ได้) หนังสือเล่มนี้ทำให้ผมค้นพบว่า การอ่านหนังสือนั้นมันก็เหมือนการที่เราจะทำอะไรสักอย่าง ควรจะเริ่มจากสิ่งที่เราชอบ แล้วขยายไปสู่สิ่งที่เราอยากจะทำ หรืออยากจะได้มันมา ซึ่งผมคิดผิดมาตลอดว่า การอ่านหนังสือนั้น มันคือการทรมานอย่างที่สุด กว่าจะอ่านจบ แล้วอ่านไปก็ไม่รู้จะจำได้หรือเปล่า ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้ผมรู้ว่าผมคิดผิด เมื่อผมได้มาอ่านหนังสือเล่มนี้

แรงบรรดาลใจที่สอง ผมมีโอกาสได้รู้จักกับคนตาบอด คนหนึ่ง สมัยบวชเณร (ตอนจบ ป.6) ซึ่งตอนนั้นเรา 2 คนบวชเรียนภาคฤดูร้อนด้วยกัน ก็เลยได้มีโอกาสรู้จักกันเลยสนิทกัน บุคคลนี้แหละที่ทำให้ผมน้ำตาไหล ขนลุกขึ้นมาได้ อย่างไม่น่าเชื่อ มีครั้งหนึ่งผมขี้เกียจอ่านหนังสือธรรมะ และหนังสือสวดมนต์มาก เพราะง่วงนอนมาก แต่เพื่อนผมคนนี้ให้ผมอ่านหนังสือสวดมนต์แบบออกเสียง (เขาจะได้จำได้ด้วย ) เพราะเขาตาบอดไม่สามารถอ่านหนังสือได้ ก็เลยต้องให้ผมอ่านให้ฟัง แต่ผมมันดันขี้เกียจ เพื่อนผมคนนี้ก็เลยถามขึ้นมาว่า “ทำไมนายมีโอกาส ได้อ่านหนังสือ แล้วทำไมไม่อยากอ่าน” ผมอึ่ง แล้วเขาก็พูดต่อว่า นายรู้ไหมว่า เรายากอ่านหนังสือมาก แต่ไม่สามารถอ่านได้ นายโชคดีมากแค่นี้แล้วทีมีดวงตาไว้อ่านหนังสือ เราเกิดมาถึงจะมีอวัยวะไม่ครบ 32 (เพื่อนผมมีข้างซ้ายไม่มีนิ้ว) แต่เราก็ใช้อวัยวะทุกส่วนในร่างกายให้คุ้มค่ามากที่สุด ประโยคนี้แหละที่ทำให้ผมคิดได้ว่า เห้ย เขาพูดถูกนะ เราเกิดมาโชคดีแล้วที่มีร่างกายครบ 32 แต่ทำไมเราไม่ใช่อวัยวะทั้งหมดในร่างกายของเราให้เกิดประโยชน์ละ ? หลังจากนั้นมากผมก็เริ่มอ่านหนังสือ ตั้งใจเรียนอ่านหนังสือทุกวัน ว่างๆ ก็จะเขียนบันทึก ซึ่งคุณก็ลองคิดดูนะว่า คนที่เค้าตาบอด บางคนยังไม่มีมือจะอ่านอักษรเบล แล้วเขาใช้อวัยวะอะไรอ่านละ ? เคยคิดว่า คนตาบอดลิ้นติดเชื่อตายเพราะ ใช้ลิ้นอ่านหนังสือ (ไม่มีมือ และไม่มีเท้า) ซึ่งถ้าลองมาคิดดูดีๆ แล้วคุณโชคดีมาก ที่เกิดมาครบถ้วนสมบูรณ์ ฉะนั้นก้ใช้สิ่งที่มีอยู่ในร่างก่ายของคุณให้มันคุ้มค่า

นี้ก็เป็นแรงบรรดาลใจของผม ที่พลิกชีวิตของผมจากเด็กคนหนึ่ง กลายเป็นเด็กแว่น บ้าการอ่านหนังสือ แล้วคุรละมีแรงบรรดาลใจอะไรที่ทำให้คุณเองต้องลุกขึ้นมาอ่านหนังสือ มาแชร์กันหน่อยครับ ซึ่งในความคิดของผม คงไม่ต้องมานั่งบอกว่า การอ่านหนังสือมีประโยชน์อย่างไรบ้าง ควรอ่านวันละกี่หน้า ผมว่ามีคนพยายามสื่อสารเรื่องนี้กันเยอะแล้ว แทนทีคุณจะมองหาประโยชน์จากการอ่านหนังสือ ผมว่าระหว่างที่คุณอ่านหนังสือแต่ละเล่มนั้น มันก็ให้ประโยชน์แตกต่างกันไป ฉะนั้นอย่าไปมองถึงจุดๆ นั้น เหมือนที่เขาบอกไว้ว่า ปลายทางมันสำคัญเท่าระยะทาง ที่เราได้เดินได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ ของอย่างนี้พูดกันลำบาก จะแนะนำก็ผ่านมาแล้วผ่านไป ใครอยากได้ต้องหาเอาเองครับ ยังไงก็ฝากติดตามอ่านบทความ เรื่อง แชร์วิธีการอ่านหนังสือ ของผม ยังเหลืออีก 2 ตอนนะครับอาจจะมีประโยชน์ไม่มากก้น้อย สำหรับคนที่อยากจะอ่านหนังสือ แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มอ่านหนังสืออะไรดี

GD Star Rating
loading...
GD Star Rating
loading...
Page view: 435

Related Posts

ท่านสามารถนำบทความนี้ไปเผยแพร่ หรือแจกจ่ายตามเว็บไซต์หรือแหล่งต่างๆ ได้แต่ต้องทำลิงค์กลับมายังบทความหน้านี้ด้วย ขอบคุณล่วงหน้าครับ ท่านยังสามารถอ่านบทความของบล็อกกระปาล์ม ดอทคอมผ่านทาง RSS Feed และ Sitemap และติดตามผมได้ที่ Facebook : Twitter MSN : krapalm @ krapalm.com และ gTalk: krapalm @ gmail.com (ทั้ง msn gTalk ไม่ต้องเว้นวรรคนะครับ)