คนเราเกิดมาถ้ามีมีอวัยวะในร่างกายครบ 32 ก็ถือว่าโชคดีที่สุดแล้ว เพราะยังมีคนอื่นอีกมากมายที่ เกิดมาแล้วพิการ บางคนเกิดมาแล้วมีอวัยวะเกิด 32 ก็ว่ากันไป บุญใคร กรรมมัน ผมเองก็เป้นอีกคนหนึ่งที่เกิดมามีอวัยวะในร่างกายทีครบ 32 ฉะนั้นเราเกิดครบ 32 ก็อย่าได้ท้อเลย คนที่เขาไม่มีร่างกยที่ครบสมบูรณ์เหมือนเรา เขายังอยู่ได้เลย ว่าม่ะ
พอดีวันนี้ไปตรวจสายตาและตัดแว่นใหม่ ที่ร้าน KT OPTIC (แว่นกรุงไทย) ความจริงไม่คิดว่าจะเข้าร้านนี้หรอก แต่เดินผ่านเลยแวะสักหน่อย ก็เลยตรวจสักหน่อย เริ่มจากการตรวจโดยใช้เครื่องตรวจอัตโนมัติ ผลตรวจออกมาเลยเอาผมอึ้งไปพัก เพราะว่าผลที่ทราบคือ ตาผมมันสั้นลงกว่าเดิมเป็นเท่าตัว
- ขวาสั้น 150 หรือ -1.50 (จากเดิม 75 หรือ -0. 75) ข้างขวาจากเดิมที่เคยเอียง 75 ด้วยตอนนี้ก็ไม่เอียงซะงั้น
- ซ้ายสั้น 250 -2.50 (จากเดิม 100 หรือ -1.00)
ก่อนหน้านี้ผมก็ใส่แว่นมาแล้วจำนวน 3 อันและ คอนแท็คเลนต์ด้วยมาถึงอันล่าสุดก็อันที่ 4 แล้วนะคร๊าบ เยอะมาก (คงจะได้ใส่ตลอดไปมั่ง) แว่นตัวใหม่นี้ผมได้เลือกเล่นเป็นชนิด Plastic แบบ Single Vision (Distance) อ่อลืมบอกเป้นเลนต์ชนิด Muticoated นะจ๊ะ คิดว่าหลายๆ คนที่เป้นเด็กแว่นคงจะรู้คุณสมบัติเหล่านี้ดู แต่คนที่ไม่เคยใส่คงจะงงๆ อยู่บ้าง

เลนส์ออกเป็น
- เลนส์ชั้นเดียว (single vision) แบบ Distance และ Near
- เลนส์สองชั้น (bifocal lenses)
- เลนส์หลายชั้น (progressive lenses)
ตามสาเหตุของการเกิดสายตา นั่นคือ สายตาสั้น, สายตายาว, สายตาเอียง ที่เกิดจากวัตถุระยะไกลเมื่อผ่านกระจกตา(cornea) และเลนส์ตา(crystalline lens)แล้ว ภาพไม่โฟกัสหรือตกบนจอประสาทตาพอดี ไม่ว่าภาพจะตกก่อนหรือตกหลังจอประสาทตาเป็นเหตุให้เรามองเห็นไม่ชัดเจนโดย ไม่ได้มีปัญหากับระบบปรับโฟกัสอัตโนมัติหรือที่เราเรียกว่า accommodation เราก็จะใช้เลนส์ชั้นเดียว(single vision) ใน กรณีที่มีปัญหาสายตาสั้น, สายตายาว, สายตาเอียง หรือแม้แต่มองไกลมีสายตาปกติแต่มีปัญหาระบบปรับโฟกัสอัติโนมัติทำงานไม่ปกติ ซึ่งจะมีผลทำให้เราอ่านหนังสือระยะใกล้ไม่ชัด ซึ่งโดยปกติปัญหาระบบปรับโฟกัสอัติโนมัติหรือ accommodation นี้มักจะเริ่มมีปัญหาในคนที่อายุประมาณ 40 ปีขึ้นไป ก็สามารถใช้เลนส์สองชั้น(bifocal lenses)หรือเลนส์หลายชั้น(progressive lenses) เพื่อแก้ไขสายตาที่แตกต่างกันในระยะไกลและระยะใกล้ได้
เมื่อเราทราบว่าเราต้องการใช้เลนส์ชั้นเดียว(single vision) เลนส์สองชั้น (bifocal lenses) หรือเลนส์หลายชั้น (progressive lenses) แล้วต่อมาเราก็มาเลือกชนิดของวัสดุที่นำมาทำเลนส์ โดยหลักๆ ก็จะแบ่งเป็นเลนส์พลาสติกและเลนส์กระจก การที่เราจะเลือกวัสดุของเลนส์นั้นสิ่งที่เราจะคำนึงถึงคือ ค่าสายตามากน้อยแค่ไหน, น้ำหนักของเลนส์, ความทนทานต่อการกระแทกของเลนส์ ปัจจัยที่ใช้ในการเปรียบเทียบวัสดุของเลนส์ได้แก่ ค่าดัชนีหักเหของเลนส์(refractive index), ความหนาของเลนส์, ค่า Abbe value, ค่าความทนทานต่อการกระแทก
ที่มา : kubargame.com




